10 เรื่องน่ารู้ก่อนดู Guardians of the Galaxy Vol. 2

update :1/5/2017 22:23
views : 878
ที่มา : ที่มา : Kapook.com ข้อมูลจาก : Disney ประเทศไทย และ Marvel
กลับมาเกรียนทะลุจักรวาลกันอีกครั้ง สำหรับ Guardians of the Galaxy Vol. 2 หรือ รวมพันธุ์นักสู้พิทักษ์จักรวาล 2 จาก Marvel Studios ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก หนัง Guardians of the Galaxy ทำรายได้สูงสุดในช่วงซัมเมอร์ในปี 2014 โดยภาคนี้เป็นการสานต่อการผจญภัยของเหล่าผู้พิทักษ์สุดเกรียนแห่งจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล ที่ต้องต่อสู้กับศัตรูตัวใหม่และรักษาไว้ซึ่งความเป็นครอบครัวที่เพิ่งก่อตัวขึ้น ในขณะเดียวกันก็ต้องไขปริศนาเกี่ยวกับผู้ให้กำเนิดที่แท้จริงของ ปีเตอร์ ควิลล์ (สตาร์-ลอร์ด) ศัตรูเก่าได้กลายมาเป็นพันธมิตรใหม่ โดยมีเหล่าตัวละครที่แฟน ๆ ชื่นชอบจากคอมิกส์สุดคลาสสิคมาร่วมสร้างสีสันและความสนุกด้วย ล่าสุด Disney ประเทศไทย และ Marvel ได้เผยเรื่องราวสนุก ๆ เบื้องหลังการถ่ายทำของหนัง Guardians of the Galaxy Vol. 2 ออกมาเรียกน้ำย่อยให้กับคอหนังที่น่าจะทำให้หลายคนต้องอึ้งและทึ่งกันเลยทีเดียว เราขอให้พบกับ 10 เรื่องน่ารู้ก่อนดู Guardians of the Galaxy Vol. 2
10.ลำโพง
ช่วงตอนต้นของหนัง ผู้ชมจะได้เห็นเหมือนลำโพงทำมือที่ดูธรรมดา แต่แท้ที่จริงแล้วต้องใช้การออกแบบที่แตกต่างกันถึง 300 แบบ 45 สี จนในที่สุดจึงได้มาเป็นลำโพงที่เห็นในหนัง ซึ่งก็ต้องสร้างขึ้นมาใหม่ถึง 15 ชุด
9.เรเวนเจอร์ส
ในการเข้าฉากบางครั้งจะมีตัวละครมากถึง 85 - 95 คน ที่ต้องแสดงเป็นชาว เรเวนเจอร์ส ซึ่งพวกเขาต้องสวมเข็มขัดที่ติดซองหนังสำหรับใส่อาวุธ ทีมอุปกรณ์ประกอบฉากได้ออกตามหาชิ้นส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่อะไหล่คอมพิวเตอร์ ไปจนถึงชิ้นส่วนมือถือ หรือวิทยุ เพื่อนำมาประดับเข็มขัดซองหนังให้มีความโดดเด่นสวยล้ำมากที่สุด
8.ยานพาหนะ
ยานพาหนะต่าง ๆ ในหนังจะเห็นได้ถึงความเป็นคนรักรถของผู้กำกับ เจมส์ กันน์ ทำให้เขาเลือกเอารถยนต์ฟอร์ด คอบร้า ปี1979 มาใช้เป็นรถยนต์ประจำตัวของ อีโก้ พ่อของ ปีเตอร์ ควิลล์ โดยสีของรถยนต์คือสีเขียว และ สีส้ม เช่นเดียวกับสียานของ ปีเตอร์ ควิลล์ ถือได้ว่าเป็นสีประจำตระกูลควิลล์เลยทีเดียว
7.Baby Groot
เบบี้ กรูท ถูกปั้นขึ้นครั้งแรกโดยทีม มาร์เวล สตูดิโอส์ หลังจากนั้นถูกส่งไปพัฒนาต่อโดยทีม Visual Effect เพื่อหาวิธีการพัฒนาการเคลื่อนไหว และการแสดงอารมณ์สีหน้า ความท้าทายในการถ่ายทำ เบบี้ กรูท คือ ความสูงที่แตกต่างกัน เวลาเข้าฉากร่วมกับ เดฟ บาทิสต้า และ คริส แพรตต์ ทีมงานจึงต้องใช้ตัวจำลองเข้าฉากถ่ายทำเพื่อจัดวางภาพ ทำให้ให้ทีมช่างภาพสามารถทำการถ่ายทำได้ด้วยมุมที่เหมาะสม
6.เพลง
เพราะบทในแต่ละฉากได้ผูกเรื่องราวไว้กับเพลงต่าง ๆ เจมส์ กันน์ ผู้กำกับและเขียนบท จึงให้นักแสดงฟังเพลงไปด้วยขณะเข้าฉาก เพื่อสร้างอารมณ์ร่วมให้กับนักแสดงต่อฉากนั้น ๆ
5.เพลง
เพลงยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญในหนังเช่นเดียวกับภาคแรก ซึ่งซาวด์แทร็กของภาคแรกนั้นได้ทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่ง บน U.S. Billboard 200 Chart มาแล้ว ถือว่าเป็นอัลบั้มเพลงแรกซึ่งรวบรวมเพลงในอดีตเอาไว้ด้วยกัน ที่สามารถขายได้มากกว่า 1,000,000 ก็อปปี้ และขึ้นเป็นอันดับ 1 ในชาร์ต iTunes ในภาคนี้ เจมส์ กันน์ ผู้กำกับและเขียนบทได้นำเนื้อเพลงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสคริปท์สำหรับนักแสดงเช่นเคย แต่ละเพลงต่างมีความหมายที่เฉพาะเจาะจงกับแต่ละฉากของหนัง และเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับการเล่าเรื่องได้อย่างดี
4.ฌอน กันน์
ฌอน กันน์ นักแสดงหนุ่มมากฝีมือ นอกจากจะรับบทเป็น แครกลินแล้วยังต้องรับบทเป็น ร็อคเก็ต เพื่อใช้ในการทำคอมพิวเตอร์กราฟฟิค มาตลอดทั้งสองภาค ซึ่งไม่ง่ายเลยสำหรับการพลิกบทบาทไปมาระหว่างตัวละครโหดเหี้ยม กับสัตว์อวกาศสุดน่ารัก ขี้เอาแต่ใจ
3.ผิวของ แดรกซ์
สิ่งที่ถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดสำหรับภาพยนตร์ในภาคนี้ คือ การแต่งผิวของ แดรกซ์ ที่ในภาคแรกต้องใช้เวลาในการแต่งหน้านานถึง 3 ชั่วโมง 30 นาที ต่อครั้ง ด้วยคอนเซ็ปท์ที่ต้องการให้มองทะลุผ่านจนเห็นกล้ามเนื้อของ แดรกซ์ ในขณะที่ภาคนี้ทีมงานได้คิดค้นนวัตกรรมการแต่งหน้าแบบใหม่ที่สามารถลดเวลาลงเหลือเพียง 1 ชั่วโมง 18 นาที เท่านั้น นอกจากนี้ทีมงานยังพัฒนาวิธีการล้างเครื่องสำอางและสีออกด้วยการให้นักแสดงเข้าไปนั่งอยู่ในเครื่องที่คล้ายกับห้องซาวน่า
2.ตัวละครเพิ่มขึ้น
ด้วยตัวละครที่เพิ่มขึ้นในภาคนี้ ทำให้ฝ่ายคอสตูมต้องสร้างชุดขึ้นใหม่มากว่า 200 ชุด !!
1.ยาน Eclector
ภาคนี้ทีมงานได้สร้างยาน Eclector ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก และสามารถใช้ได้จริง 100% มองทะลุได้ 360 องศา สามารถถอดประกอบ และปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ เพื่อให้ได้มุมที่แตกต่างกันไปภายในยาน ในแต่ละฉากของการถ่ายทำ ราวกับเป็นจิ๊กซอว์ขนาดใหญ่ ที่ต่อกันจนเห็นภาพของยานอันมหึมา

**หมายเหตุ
ข้อมูลทั้งหมดที่ทาง toptenthailand.com นำเสนอได้มาจากการสำรวจความคิดเห็นเชิงสถิติ ด้วยขั้นตอนที่ต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ของหัวข้อนั้นๆ ทางเว็บไซต์ toptenthailand.com มิได้มีเจตนาที่จะนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเพื่อชี้นำ หรือ ก่อให้เกิดความแตกแยกใดๆ ในสังคมทั้งสิ้น เราและทีมงานเพียงแต่ต้องการนำเสนอข้อมูลทางสถิติที่เรารวบรวมเพื่อเป็นสาระ และเป็นการสะท้อนอีกด้านหนึ่งของสังคม ให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ต และประชาชน ทั่วไปรับชมเท่านั้น (โปรดใช้วิจารณญาณในการชม และบริโภคข้อมูลจาก toptenthailand.com) และหรือในบางกรณี www.toptenthailand.com จะทำหน้าที่ เป็นสื่อกลางในการรวบรวม และนำเสนอข้อมูลในการจัดอันดับที่มีอยู่แล้วในสื่อต่างๆ ทั้งทาง Internet และสิ่งพิมพ์ โดยเราจะอ้างอิง ให้เครดิต ถึงแหล่งที่มาในทุกๆ ครั้งไป

แสดงความคิดเห็น